
ที่มาภาพ: Tom's Hardware
ฟลอริดาต้องการศาลให้ ChatGPT และ Sam Altman เป็น public nuisance
⚡ สรุป 30 วิ
รัฐฟลอริด้ายื่นคำร้องต่อศาลสหพันธรัฐเพื่อให้ ChatGPT กับผู้ก่อตั้ง OpenAI Sam Altman ถูกพิจารณาเป็น public nuisance…
Florida seeks court ruling to officially classify Sam Altman and ChatGPT as a ‘public nuisance’ — OpenAI fights to keep lawsuit away from a state jury
รัฐฟลอริดาได้ยื่นคำร้องต่อศาลสหพันธรัฐเพื่อขอให้ ChatGPT และซีอีโอของบริษัท OpenAI อย่าง Sam Altman ถูกตัดสินว่าเป็น “public nuisance” ขณะเดียวกัน OpenAI ยังคงโต้แย้งว่าคดีควรอยู่ในเขตอำนาจศาลระดับสหพันธรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงคณะลูกขุนของรัฐ ความขัดแย้งเรื่องอำนาจศาลนี้กำลังสะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ทางกฎหมายที่ซับซ้อนระหว่างรัฐและบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
Overview
ฟลอริดายื่นคำร้องข้อหามากกว่า 80 หน้าในวันที่ 1 มิถุนายนต่อศาลวงจรของมณฑลไฮแลนด์ โดยใช้กฎหมายของรัฐเป็นฐานเรียกร้อง รวมถึงการขอให้คณะลูกขุนพิจารณาคดีด้วย ศาลระดับสหพันธรัฐได้รับคำฟ้องย้ายจาก OpenAI เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมโดยอ้างว่ามีข้อร้องเรียนหนึ่งที่เกี่ยวกับ **Children’s Online Privacy Protection Act (COPPA) ซึ่งทำให้คดีทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้เขตศาลของสหรัฐ
การเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐฟลอริดาที่ต้องการตั้งคำถามต่อวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีโดยไม่มีการแจ้งให้ผู้ปกครองทราบและยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้รัฐยังมุ่งหวังจะให้ศาลตัดสินว่า ChatGPT เป็น “public nuisance” ซึ่งหากสำเร็จอาจนำไปสู่การออกคำสั่งห้ามใช้บริการในฟลอริดาโดยถาวร
Legal Background
คดีของฟลอริดามีทั้งหมดสิบข้อหา (ten-count complaint) ที่รวมถึง: การละเมิด Florida Deceptive and Unfair Trade Practices Act, ความประมาทเลินเล่อ, ความประมาทสูงสุด, ความรับผิดแบบเข้มงวดสำหรับการออกแบบที่บกพร่องและการไม่แจ้งเตือน, การหลอกลวงเชิงพาณิชย์ และข้อหา “public nuisance”
โดยเฉพาะ Count IV ระบุว่าบริษัท OpenAI เก็บข้อมูลจากเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมตามกฎ COPPA ของ FTC ซึ่งเป็นข้อหาที่มักจะถูกดำเนินคดีในระดับสหพันธรัฐ แต่อีกด้านหนึ่ง ฟลอริดาได้ระบุให้ชัดเจนว่าไม่มีการเรียกร้องเหตุผลจากกฎหมายของสหรัฐฯ ในย่อหน้า 30 ของคำฟ้อง
OpenAI ตอบโต้โดยยืนยันว่าข้อหา COPPA นี้เป็น “novel question of federal law” และอ้างว่า 15 U.S.C. §6504 กำหนดให้ศาลระดับสหพันธรัฐเป็นศาลที่มีอำนาจเฉพาะในการบังคับใช้กฎนี้
Key Claims & Allegations
คดีระบุหลายประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการทำงานของ ChatGPT ที่อาจส่งผลต่อผู้ใช้งานโดยตรง:
- ฟีเจอร์ “memory” ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้น ทำให้ระบบสามารถบันทึกข้อมูลการสนทนาของผู้ใช้ได้
- รุ่นฟรีไม่มีการตรวจสอบอายุ (age gate) ซึ่งทำให้เด็กเข้าถึงบริการได้อย่างง่ายดาย
- การควบคุมโดยผู้ปกครองที่กำหนดไว้ในเดือนกันยายน 2025 ต้องเชื่อมโยงบัญชีของผู้ปกครองแบบสมัครใจเท่านั้น
นอกจากนี้คำฟ้องยังอ้างว่าการประเมินความปลอดภัยของ GPT‑4o ถูกเร่งให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้ทันต่อการเปิดตัวของ Google ทำให้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับคุณภาพและมาตรฐานด้านความปลอดภัย
Jurisdiction Fight
ศาลระดับสหพันธรัฐที่ Judge Aileen Cannon ดูแลคดีนี้ได้รับคำขอย้ายกลับไปยังศาลรัฐจากฟลอริดาเมื่อ 10 กรกฎาคม โดย OpenAI ให้เหตุผลว่าข้อหา COPPA ทำให้คดีทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลสหพันธรัฐ
ในระหว่างนี้ ฟลอริดาได้ยื่นคำร้อง “remand” อีกครั้งเมื่อ 10 กรกฎาคมและปิดการบรรยายเรื่องนี้เมื่อ 31 กรกฎาคม โดยอ้างว่าการย้ายคดีเป็น “preposterous” และมุ่งหวังให้ศาลรัฐพิจารณาความเสียหายจากค่าใช้จ่ายของกระบวนการ (fees) ซึ่ง OpenAI กล่าวว่าเหตุผลหลักที่ทำการย้ายคือเพื่อเลื่อนเวลา (delay)
OpenAI ยังอ้างถึงกรณีคล้าย ๆ เช่น New Mexico v. Meta, California v. TikTok และ New Jersey v. Discord ที่ศาลสหพันธรัฐได้ส่งคดีกลับไปยังศาลรัฐแต่ไม่ได้ให้ค่าใช้จ่ายแก่ผู้ร้อง
Comparative Cases & Potential Penalties
กรณีของรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อเดือนก่อนเป็นตัวอย่างที่สำคัญ: ศาลตัดสินให้ Meta จ่ายค่าปรับ $567 ล้าน จากการถูกกำหนดว่าเป็น “public nuisance” รวมถึงค่าเสียหายจากคณะลูกขุมนั้นอีก $375 ล้าน นอกจากนี้ คณะลูกขุนยังได้พบว่ามีการละเมิด 75,000 ครั้ง
ฟลอริดาตั้งค่าปรับสูงสุดที่ $10,000 ต่อการละเมิดโดยเจตนา** ซึ่งเป็นสองเท่าของขีดจำกัดของนิวเม็กซิโก ( $5,000 ) หากศาลสหพันธรัฐยอมให้คดีดำเนินต่อไป คณะลูกขุนอาจต้องพิจารณาปริมาณการละเมิดที่คล้ายกับกรณีนิวเม็กซิโก
- **Penalties: สูงสุด $10,000 ต่อการละเมิดโดยเจตนา
- **Reference case: New Mexico – $567 M penalty + $375 M jury award
- **Violation count (NM): 75,000 ครั้ง
Implications
หากศาลสหพันธรัฐอนุมัติการย้ายคดีและฟลอริดาได้รับคำตัดสินว่า ChatGPT เป็น “public nuisance” การบังคับใช้มาตรการจำกัดหรือแม้กระทั่งระงับบริการในรัฐจะกลายเป็นจริง นั่นอาจสร้างแรงกดดันให้บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ปรับนโยบายการเก็บข้อมูลเด็กและเพิ่มระบบตรวจสอบอายุอย่างเข้มงวด
อีกด้านหนึ่ง การต่อสู้เรื่องเขตศาลยังบ่งชี้ว่ารัฐต่าง ๆ กำลังพยายามใช้กฎหมายของรัฐเพื่อควบคุม AI ในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีเชื่อว่ากฎระเบียบระดับชาติหรือสหพันธรัฐเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมกว่า การตัดสินสุดท้ายอาจกำหนดแนวทางการปฏิบัติกับ AI ทั้งในระดับรัฐและระดับประเทศต่อไป
Summary
ฟลอริดายังคงผลักดันให้ศาลพิจารณา ChatGPT และ Sam Altman ว่าเป็น “public nuisance” ขณะที่ OpenAI ยืนหยัดว่าคดีควรถูกย้ายไปสหพันธรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงคณะลูกขุนของรัฐ ความสำเร็จหรือความล้มเหลวของข้อเรียกร้องนี้จะส่งผลต่อแนวนโยบายการเก็บข้อมูลเด็กและการกำกับดูแล AI ในสหรัฐอเมริกาในอนาคต.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Florida seeks court ruling to officially classify Sam Altman and ChatGPT as a 'public nuisance' — OpenAI fights to keep lawsuit away from a state jury
- ผู้เขียน
- Luke James
- แหล่ง
- Tom's Hardware
- วันที่เผยแพร่
- 21 สิงหาคม 2569 เวลา 22:11



