5 โครงการ Raspberry Pi ที่คุณสามารถ Self‑Host ได้เองในปีนี้

ที่มาภาพ: XDA Developers

Software15 มิถุนายน 2569 เวลา 06:30อ่าน 7 นาทีXDA Developers

5 โครงการ Raspberry Pi ที่คุณสามารถ Self‑Host ได้เองในปีนี้

⚡ สรุป 30 วิ

Raspberry Pi สามารถใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวเพื่อทดแทนบริการสมัครสมาชิก เช่น บล็อกโฆษณาด้วย Pi‑hole, เก็บไฟล์ด้วย Nextcloud, ควบคุมบ้านอัจฉริยะด้วย…

Raspberry Pi เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพพอเพียงสำหรับรันซอฟต์แวร์หลายอย่างโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้ามาก แม้จะไม่สามารถแทนที่เครื่อง PC ทั่วไปได้ แต่สามารถทำหน้าที่เป็นโฮสต์ส่วนตัวสำหรับเครื่องมือที่มักจะมีค่าใช้จ่ายแบบสมัครสมาชิกประจำเดือนได้ การใช้ Raspberry Pi เพื่อ self‑hosting ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวและเพิ่มความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคล

Overview

Raspberry Pi มีขนาดกะทัดรัดและใช้พลังงานต่ำ ทำให้เหมาะกับการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวในบ้านหรือสำนักงานขนาดเล็ก บทความจาก XDA Developers นำเสนอ ห้าโครงการ ที่ผู้ใช้สามารถทำได้ในปีนี้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันที่ต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิก รายการเหล่านี้ครอบคลุมการบล็อกโฆษณา, การจัดเก็บไฟล์คลาวด์, การจัดการอัตโนมัติของบ้าน, การสตรีมมีเดีย, และการจัดการรหัสผ่าน ทั้งหมดสามารถทำงานบน Raspberry Pi รุ่นใหม่ๆ เช่น Pi 4 Model B หรือ Pi 400 ที่มี RAM ตั้งแต่ 2 GB ขึ้นไป

Pi‑hole: Network‑wide Ad Blocker

Pi‑hole เป็นโซลูชันบล็อกโฆษณาและติดตามระดับเครือข่ายที่ทำงานเป็น DNS sinkhole ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้ทุกอุปกรณ์ในบ้านใช้ Pi‑hole เป็น DNS server ทำให้โฆษณาถูกกรองก่อนจะถึงอุปกรณ์ใด ๆ การติดตั้งบน Raspberry Pi ใช้เวลาน้อยและไม่ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลมาก โครงการนี้ช่วยลดการใช้แบนด์วิดท์โดยตรงและเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ นอกจากนี้ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าเมื่อเทียบกับบริการบล็อกโฆษณาแบบคลาวด์ที่อาจบันทึกข้อมูลการเรียกดูของผู้ใช้ บางกรณีผู้ใช้ยังสามารถเพิ่ม blocklists ที่ปรับแต่งเองเพื่อครอบคลุมโซนเน็ตเวิร์กเฉพาะหรืออุปกรณ์ที่ต้องการความปลอดภัยสูง

Nextcloud: Personal Cloud Storage

Nextcloud เป็นแพลตฟอร์มจัดเก็บไฟล์ส่วนตัวแบบโอเพ่นซอร์สที่ให้ผู้ใช้สร้างคลาวด์ส่วนตัวโดยไม่ต้องพึ่งพา Google Drive หรือ Dropbox การติดตั้งบน Raspberry Pi สามารถทำได้ด้วย Docker หรือโดยการติดตั้งแพคเกจโดยตรงบนระบบปฏิบัติการ Raspbian ความสามารถของ Nextcloud ครอบคลุมการซิงค์ไฟล์, การแชร์ลิงก์, การแก้ไขเอกสารออนไลน์ผ่าน OnlyOffice หรือ Collabora Online และการตั้งค่าการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ได้ละเอียด รวมถึงการเปิดใช้การเข้ารหัสข้อมูลที่เก็บบนดิสก์เพื่อเพิ่มความมั่นใจด้านความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้การใช้ Raspberry Pi ทำให้ค่าไฟฟ้าต่อเดือนต่ำกว่าการใช้บริการคลาวด์เชิงพาณิชย์หลายเท่า

Home Assistant: Smart Home Hub

Home Assistant เป็นแพลตฟอร์มอัตโนมัติสำหรับบ้านที่รองรับอุปกรณ์ IoT มากกว่า 1,000 รายการ การรันบน Raspberry Pi ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมไฟ, ระบบความปลอดภัย, ระบบทำความร้อนและอุปกรณ์อื่น ๆ จากศูนย์กลางเดียวโดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของผู้ผลิต การตั้งค่า Home Assistant บน Pi มีขั้นตอนการติดตั้งแบบ Hass.io ที่มาพร้อมกับระบบอัปเดตอัตโนมัติและแอป UI ที่ใช้งานง่าย ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่ม add‑ons เช่น Node‑RED สำหรับการเขียน flow การทำงานอัตโนมัติขั้นสูง หรือ ESPHome สำหรับการจัดการอุปกรณ์ ESP32/ESP8266 ด้วยการใช้ Raspberry Pi เป็นศูนย์กลาง ระบบจะยังคงทำงานได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบด้านความเสถียรและความปลอดภัย

Jellyfin: Open‑source Media Server

Jellyfin เป็นเซิร์ฟเวอร์สตรีมมิ่งวิดีโอและเพลงแบบโอเพ่นซอร์สที่เป็นทางเลือกฟรีของ Plex หรือ Emby การรันบน Raspberry Pi ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บคอลเลกชันสื่อส่วนตัวในเครือข่ายบ้านและสตรีมไปยังอุปกรณ์หลายประเภท ทั้งทีวี, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Jellyfin รองรับการแปลงสตรีมแบบ transcoding บนอุปกรณ์ที่ไม่รองรับฟอร์แมตดั้งเดิมโดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ประสบการณ์การรับชมราบรื่น แม้ว่าการทำ transcoding บน Pi รุ่นเก่าอาจต้องการการปรับลดคุณภาพภาพบ้าง แต่รุ่น Pi 4 ที่มี CPU แรงกว่าและ RAM เพียงพอสามารถจัดการงานนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การใช้ Jellyfin ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการสมัครสมาชิกบริการสตรีมมิ่งหลายช่อง

Bitwarden (Self‑hosted): Password Manager

Bitwarden มีเวอร์ชันที่สามารถโฮสต์บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวได้ ผู้ใช้สามารถติดตั้ง Bitwarden RS (หรือชื่อใหม่ Vaultwarden) บน Raspberry Pi เพื่อจัดการรหัสผ่านแบบศูนย์กลางโดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของบริษัท การติดตั้งบน Pi ใช้ Docker หรือไฟล์ binary เพียงไม่กี่ขั้นตอนและต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเล็กน้อย การโฮสต์ Bitwarden ด้วยตนเองทำให้ผู้ใช้ควบคุมคีย์การเข้ารหัสทั้งหมดและสามารถตั้งค่า two‑factor authentication ตามความต้องการได้ การใช้ Raspberry Pi เป็นเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บรหัสผ่านช่วยให้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนต่ำกว่าแผนสมัครสมาชิกพรีเมี่ยมของบริการคลาวด์ทั่วไปโดยมาก

Summary

การนำ Raspberry Pi มาติดตั้งโซลูชัน self‑hosting อย่าง Pi‑hole, Nextcloud, Home Assistant, Jellyfin และ Bitwarden ช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนและเพิ่มการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีแบบเปิดและประหยัดพลังงานในครัวเรือนและองค์กรขนาดเล็ก.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
5 Raspberry Pi projects I'm self-hosting this year instead of wasting money on monthly subscriptions
ผู้เขียน
Abhishek Kumar Mishra
แหล่ง
XDA Developers
วันที่เผยแพร่
13 มิถุนายน 2569 เวลา 07:00

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

4 การตั้งค่า Plex ที่ต้องปรับ เพื่อให้สตรีม 4KSoftware
27 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:00

4 การตั้งค่า Plex ที่ต้องปรับ เพื่อให้สตรีม 4K

การสตรีม 4K ผ่าน Plex ให้ลื่นไหลไม่ใช่เรื่องยาก หากรู้จักปรับการตั้งค่าที่ถูกจุด ไม่ว่าจะเป็น Bitrate, Hardware Transcoding, Network และการจัดการ Subtitle บทความนี้รวม 4 การตั้งค่าสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาการสตรีม 4K สะดุดได้อย่างตรงจุด

XDA Developers10 นาที
LibreELEC บน Raspberry Pi ให้ประสบการณ์สตรีมมิ่งดีกว่า Smart TV อย่างชัดเจนSoftware
-

LibreELEC บน Raspberry Pi ให้ประสบการณ์สตรีมมิ่งดีกว่า Smart TV อย่างชัดเจน

ผู้เขียนทดลองติดตั้ง LibreELEC บน Raspberry Pi พบว่าการสตรีม 4K มีบัฟเฟอร์น้อยและความหน่วงต่ำกว่า Smart TV พร้อมการตั้งค่าที่ไม่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล…

XDA Developers7 นาที
สหภาพยุโรปไม่บังคับผู้เผยแพร่เกมให้มีชีวิตต่อหลังปิดเซิร์ฟเวอร์Software
22 มิถุนายน 2569 เวลา 15:00

สหภาพยุโรปไม่บังคับผู้เผยแพร่เกมให้มีชีวิตต่อหลังปิดเซิร์ฟเวอร์

คณะกรรมาธิการยุโรปไม่ออกกฎหมายบังคับให้ผู้เผยแพร่เกมต้องจัดให้เกมที่ปิดเซิร์ฟเวอร์เล่นต่อได้ หลังจากรับฟังคำร้องของผู้เล่น 1.3 ล้านคน…

The Register6 นาที
Microsoft ยุติการสนับสนุน Office 2021 ในปี 2026 ผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้ Microsoft 365Software
22 มิถุนายน 2569 เวลา 10:00

Microsoft ยุติการสนับสนุน Office 2021 ในปี 2026 ผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้ Microsoft 365

Microsoft ประกาศว่า Office 2021 จะหยุดรับการสนับสนุนในปี 2026 และแนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ Microsoft 365 ที่มีการอัปเดตความปลอดภัยและฟีเจอร์คลาวด์…

XDA Developers6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!