
ที่มาภาพ: Android Authority
ส.บี. แซนเดอร์ส เสนอกฎหมายให้ประชาชนอเมริกาเป็นเจ้าของครึ่งหนึ่งบริษัท AI รับเงินปันผล $1,000 ต่อปี
⚡ สรุป 30 วิ
ส.บี. แซนเดอร์สของเวอร์มอนท์เสนอร่างกฎหมายเก็บภาษีหุ้น 50% ของบริษัท AI ชั้นนำเพื่อสร้างกองทุนมูลค่า 7 ล้านล้านดอลลาร์. กองทุนนี้จะจ่ายเงินปันผล $1,000…
ส.บี. แบร์นี่ แซนเดอร์ส แห่งเวอร์มอนต์ ยื่นร่างกฎหมายที่มุ่งให้ประชาชนสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของ ครึ่งหนึ่ง ของบริษัท AI ชั้นนำในประเทศ ผ่านการเก็บภาษีหุ้น 50% ครั้งเดียว หากผ่านกฎหมายจะสร้างกองทุนอิสระขนาดประมาณ $7 ล้านล้าน เพื่อแจกจ่ายเงินปันผลต่อคนละ $1,000** ต่อปี การเสนอครั้งนี้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับการที่กำไรจาก AI ปัจจุบันไปสู่บริษัทผู้พัฒนาโดยตรงโดยไม่มีส่วนแบ่งแก่ผู้สร้างข้อมูลต้นแบบ
Overview
กฎหมายที่เสนอโดยส.บี. แซนเดอร์ส มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง กองทุนความมั่งคั่งอธิปไตย (sovereign wealth fund) ที่จะจัดการโดยคณะกรรมการอิสระ คณะกรรมการนี้จะได้รับอำนาจบล็อกการตัดสินใจของบริษัท AI ที่อาจทำลายผลประโยชน์ของประชาชน และผลักดันนโยบายที่สนับสนุนสาธารณะ ตามข้อมูลจากแถลงข่าวของส.บี. แซนเดอร์ส การจัดสรรหุ้นครึ่งหนึ่งให้กับสาธารณะจะทำผ่านการเก็บภาษีหุ้น **50% จากบริษัท AI ที่อยู่ในกลุ่ม “ใหญ่ที่สุด” ของสหรัฐ
การจัดตั้งกองทุนนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเป็นเจ้าของในอุตสาหกรรม AI ที่ปัจจุบันมีกำไรส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น OpenAI, Anthropic หรือบริษัทอื่น ๆ ที่พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ การให้สาธารณะเป็นผู้ถือหุ้นครึ่งหนึ่งจึงถือเป็นการกระจายความมั่งคั่งใหม่ในระดับประเทศ
Key Details
ร่างกฎหมายระบุว่ากองทุนจะมีมูลค่าประมาณ $7 ล้านล้าน เมื่อรวบรวมส่วนของหุ้นจากบริษัท AI ที่อยู่ในรายการ โดยคาดว่าการจ่ายปันผล 5 % ของมูลค่ากองทุนต่อปี จะทำให้พลเมืองสหรัฐแต่ละคนได้รับ $1,000** เป็นเงินสดต่อปี การคำนวณนี้อ้างอิงจากประมาณการของทีมงานผู้ร่างกฎหมายและไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคณะกรรมการ
การเก็บภาษีหุ้น **50% จะเป็นการเก็บครั้งเดียวจากมูลค่าหุ้นของบริษัท AI ที่ถูกระบุว่าเป็น “บริษัท AI ขนาดใหญ่” รายการนี้ยังไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องปรับโครงสร้างทุนและอาจส่งผลต่อการระดมทุนในตลาดหุ้นต่อไป
Context & Rationale
ประเด็นหลักที่ทำให้ส.บี. แซนเดอร์สเสนอร่างกฎหมายนี้คือความกังวลว่า AI ถูกฝึกด้วยข้อมูลที่มาจากผู้คนจริง ทั้งบทความ รูปภาพ วิดีโอ และอื่น ๆ แต่กำไรจากการใช้โมเดลเหล่านี้กลับไปสู่บริษัทผู้พัฒนาโดยตรง การกระจายกำไรส่วนหนึ่งกลับสู่สาธารณะจึงเป็นการแก้ไขความไม่เท่าเทียมที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรของสังคมโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน
นอกจากนี้ ส.บี. แซนเดอร์ส ยังเน้นว่าการควบคุมของคณะกรรมการอิสระจะช่วยป้องกันการตัดสินใจของบริษัท AI ที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย หรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัยและหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่งทั่วโลก
Potential Impact
หากกฎหมายได้รับการอนุมัติ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเป็นเจ้าของในอุตสาหกรรม AI จะส่งผลต่อหลายด้าน ประการแรก การให้ **50 % ของหุ้นแก่ประชาชนอาจทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การระดมทุนและอาจกระทบต่อมูลค่าตลาดของหุ้นในระยะสั้น
ประการที่สอง การจัดตั้งกองทุนขนาด $7 ล้านล้าน** จะเป็นหนึ่งในกองทุนอิสระที่ใหญ่ที่สุดของโลก และอาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนโครงการสาธารณะ เช่น การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลหรือการวิจัย AI ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อย่างไรก็ตาม การจัดการและการกำกับดูแลของคณะกรรมการอิสระจะต้องมีความโปร่งใสและได้รับความเชื่อถือจากทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ
สุดท้าย การกระจายเงินปันผล $1,000** ต่อคนต่อปีอาจช่วยลดความเหลื่อมล้ำในด้านรายได้และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI อย่างกว้างขวางขึ้น แต่ความสำเร็จของมาตรการนี้ขึ้นกับการดำเนินการของรัฐบาลและการตอบรับของบริษัท AI ต่อการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ
Analysis
จากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ การจัดตั้ง กองทุนความมั่งคั่งอธิปไตย จากอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่น AI ถือเป็นวิธีการกระจายความเสี่ยงและผลประโยชน์อย่างกว้างขวาง การให้สาธารณะเป็นเจ้าของครึ่งหนึ่งของบริษัทอาจช่วยให้กำไรจากนวัตกรรมเทคโนโลยีไม่ถูกจำกัดอยู่ในมือของกลุ่มนักลงทุนระดับสูงเพียงไม่กี่คน
อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีหุ้น **50% ในครั้งเดียวอาจเป็นภาระที่สูงต่อบริษัท AI ที่ต้องใช้เงินทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้บางบริษัทเลือกย้ายฐานการผลิตหรือศูนย์วิจัยไปยังประเทศที่มีนโยบายภาษีอ่อนกว่า ส่งผลต่อการแข่งขันของสหรัฐในตลาด AI ระหว่างประเทศ
จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนการจัดการและการประเมินผลอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่ากลไกการจัดสรรส่วนของหุ้นและการจัดตั้งคณะกรรมการอิสระสามารถทำงานร่วมกับตลาดทุนได้อย่างสอดคล้อง โดยไม่ทำลายนวัตกรรมหรือความสามารถในการแข่งขันของบริษัท AI
Summary
ร่างกฎหมายของส.บี. แซนเดอร์สมุ่งให้ประชาชนสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของ ครึ่งหนึ่ง ของบริษัท AI ชั้นนำผ่านการเก็บภาษีหุ้น 50% เพื่อสร้างกองทุนมูลค่า $7 ล้านล้าน ที่จะจ่ายเงินปันผล $1,000** ต่อคนต่อปี การเสนอครั้งนี้สะท้อนความพยายามกระจายผลกำไรจาก AI ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น แม้จะยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการจัดการและผลกระทบต่อตลาดทุน.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- US senator thinks AI companies should be paying you thousands
- ผู้เขียน
- Ryan McNeal
- แหล่ง
- Android Authority
- วันที่เผยแพร่
- 19 มิถุนายน 2569 เวลา 04:37



