
ที่มาภาพ: Android Authority
WhatsApp เสริมความปลอดภัยด้วย password และ Call Screening ใหม่
⚡ สรุป 30 วิ
WhatsApp ปรับระบบ Two‑step verification จาก PIN 6 หลักเป็น password ที่รองรับตัวอักษรและสัญลักษณ์ เพิ่มความปลอดภัยต่อการแฮ็กบัญชี ระบบ Call Screening…
WhatsApp ได้เปิดตัวการอัปเดตด้านความปลอดภัยใหม่สองอย่างพร้อมกัน คือการเปลี่ยนรูปแบบ Two‑step verification จากรหัส 6 หลักเป็น password ที่สามารถใส่ตัวอักษร ตัวเลขและสัญลักษณ์พิเศษได้ และการแสดงข้อมูลเพิ่มเติมบนหน้าจอรับสายจากผู้โทรที่ไม่รู้จัก ทั้งสองฟีเจอร์กำลังค่อย ๆ ปรากฏให้ผู้ใช้ Android และ iOS ทั่วโลกใช้งาน การเปลี่ยนแปลงนี้สำคัญต่อการลดความเสี่ยงของการแฮ็กบัญชีในช่วงเวลาที่อาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ
Overview
WhatsApp ยังคงเป็นแอปส่งข้อความที่ได้รับความนิยมสูงสุดระดับโลก โดยมีผู้ใช้งานหลายพันล้านคนต่อเดือน ตามรายงานของบริษัทเมตา (Meta) แอปนี้ได้ขยายฟังก์ชันการสื่อสารจากข้อความธรรมดาไปสู่การโทรวิดีโอ การแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ และการสร้างกลุ่มสนทนาขนาดใหญ่ ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ความปลอดภัยของแพลตฟอร์มเป็นหัวใจหลักที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ในปีที่ผ่านมา WhatsApp ได้เปิดตัวระบบ Two‑step verification แบบใช้รหัส PIN 6 หลัก เพื่อเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบเมื่อผู้ใช้งานตั้งค่าการกู้คืนบัญชี อย่างไรก็ตาม การโจมตีหลายกรณียังสามารถหลบผ่านได้โดยการขโมย SIM หรือทำฟิชชิงข้อมูล ผู้ใช้จึงต้องการมาตรการที่แข็งแรงกว่า
ด้วยเหตุนี้ ทีมพัฒนาจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนจาก PIN 6 หลักเป็น password ที่ซับซ้อนมากขึ้น การอัปเดตนี้ไม่เพียงเพิ่มความยากในการคาดเดาเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยระดับสากลที่แนะนำให้ใช้รหัสผ่านหลายประเภท
New Two‑Step Verification
การเปลี่ยนแปลงหลักคือการแทนที่ six‑digit PIN ด้วย password ที่ผู้ใช้งานสามารถกำหนดได้ตามต้องการ โดยรองรับตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ เช่น @, #, $ เป็นต้น การตั้งค่าจะดำเนินผ่านเมนู “Account > Two‑step verification” ภายในแอป
- ผู้ใช้ต้องกรอก password อย่างน้อย 8 ตัวอักษร
- ระบบจะขอให้ยืนยัน email address เพื่อใช้งานฟีเจอร์กู้คืนบัญชีในกรณีลืมรหัสผ่าน
- หากผู้ใช้พยายามเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์ใหม่ จะต้องใส่ password นี้เพิ่มเติมก่อนทำการยืนยัน OTP
ตามที่ Meta ระบุ การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ brute‑force และ phishing ที่มุ่งเน้นการคาดเดา PIN 6 หลัก ซึ่งในหลายกรณีสามารถทำได้ภายในไม่กี่รอบของการลอง
แม้ว่าการใช้ password จะเพิ่มขั้นตอนในการตั้งค่าให้ผู้ใช้บ้าง แต่ความปลอดภัยที่ได้รับจะสูงกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้เลือก password ที่คาดเดายากและจัดเก็บไว้ในแอปจัดการรหัสผ่านของตนเอง
Smarter Call Screening
ฟีเจอร์ใหม่ด้านการโทรเข้ามีเป้าหมายให้ผู้รับสายได้รับข้อมูลเชิงบริบทมากขึ้นบนหน้าจอเรียกเข้า ผู้ใช้ Android จะเห็น country of origin ของผู้โทรและรายการ กลุ่มที่มีสมาชิกร่วมกัน (common groups) หากมีอยู่ การแสดงผลนี้ทำงานโดยการดึงข้อมูลเมตาที่ WhatsApp เก็บไว้ในฐานข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์
ระบบจะแสดงชื่อผู้ใช้พร้อมกับไอคอนรูปธงชาติของประเทศต้นทาง และใต้ชื่อจะมีข้อความว่า “คุณมี X กลุ่มที่ร่วมกัน” (เช่น “You share 2 groups”) ซึ่งช่วยให้ผู้รับสายตัดสินใจตอบรับหรือปฏิเสธได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปิดแอป
การเพิ่มข้อมูลเหล่านี้มุ่งลดจำนวนการโทรหลอกลวง (scam calls) ที่ใช้หมายเลขปลอมหรือบัญชีที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานกดรับสายและทำตามขั้นตอนฟิชชิงต่าง ๆ การรู้ว่าผู้โทรอยู่ในประเทศใดและมีความสัมพันธ์อย่างไรกับคุณ จะช่วยเพิ่มระดับการตรวจสอบของผู้ใช้เอง
Rollout & Platform Availability
การอัปเดตนี้กำลังค่อย ๆ ปล่อยให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลกเป็นขั้นตอน “gradual rollout” ตามที่ Meta ได้แจ้งในบล็อกโพสต์ล่าสุด ผู้ใช้ Android จะได้รับทั้ง password‑based two‑step verification และ improved caller ID ก่อน ส่วนผู้ใช้ iOS จะสามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์รหัสผ่านได้ทันที แต่การแสดงข้อมูลเพิ่มเติมบนหน้าจอรับสายยังคงจำกัดอยู่ที่ Android เท่านั้น
Meta ระบุว่าการปล่อยแบบขั้นเป็น ๆ นี้ช่วยให้ทีมวิศวกรตรวจสอบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เช่น รุ่นของระบบปฏิบัติการหรือรุ่นของอุปกรณ์ ก่อนที่จะขยายให้ทุกคนใช้ได้อย่างเต็มที่
ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะการอัปเดตได้จากเมนู “Settings > About” ซึ่งจะแสดงหมายเลขเวอร์ชันล่าสุดของ WhatsApp ที่รวมฟีเจอร์ใหม่ หากยังไม่ได้รับการอัปเดต ผู้ใช้ควรทำการดาวน์โหลดแอปเวอร์ชันล่าสุดจาก Google Play Store หรือ Apple App Store
Security Implications
ด้วยความที่ WhatsApp มีฐานผู้ใช้งานระดับโลก การเพิ่มความปลอดภัยบนบัญชีเป็นเรื่องสำคัญต่อทั้งบุคคลธรรมดาและองค์กร บริการเมสเซนเจอร์หลายแห่งได้เผชิญกับเหตุการณ์แฮ็กข้อมูลจำนวนมากในปีที่ผ่านมา เช่น การขโมย OTP ผ่าน SMS หรือการใช้ซอฟต์แวร์มัลแวร์เพื่อดึงข้อมูลล็อกอิน
การเปลี่ยนเป็น password ที่มีความหลากหลายของตัวอักษรทำให้ช่องโหว่จากการคาดเดา PIN ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ การบังคับให้ผู้ใช้ใส่อีเมลสำรองสำหรับกู้คืนบัญชียังเพิ่มระดับความมั่นคงในกรณีที่ผู้ใช้ลืมหรือสูญเสียอุปกรณ์
ส่วนฟีเจอร์ caller screening จะช่วยลดจำนวนการโทรหลอกลวงโดยตรง ซึ่งเป็นรูปแบบการโจมตีที่กำลังเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ การให้ข้อมูลเชิงบริบทแก่ผู้รับสายทำให้พวกเขาตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากกว่าเดิม ส่งผลให้อัตราการตกเป็นเหยื่อของการฟิชชิงผ่านโทรศัพท์อาจลดลงตามคาดการณ์
โดยรวมแล้ว การอัปเดตนี้สะท้อนแนวทางของ Meta ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยควบคู่กับการเพิ่มประสบการณ์ผู้ใช้ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่องค์กรหลายแห่งกำหนดให้มีการตรวจสอบแบบหลายขั้นตอน (multi‑factor authentication) อย่างเป็นระบบ
Summary
WhatsApp กำลังเปิดตัว password‑based two‑step verification และฟีเจอร์ caller ID ที่แสดงประเทศและกลุ่มที่ร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชีและลดการโทรหลอกลวง การอัปเดตนี้กำลังค่อย ๆ ปรากฏบน Android และ iOS และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องของ Meta ในการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้ทั่วโลก.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- WhatsApp is ramping up security with stronger 2FA and smarter call screening
- ผู้เขียน
- Karandeep Singh Oberoi
- แหล่ง
- Android Authority
- วันที่เผยแพร่
- 25 สิงหาคม 2569 เวลา 23:47



