LinkedIn เปิดปุ่ม “Seems like AI slop” รับคลิกกว่า หนึ่งล้านครั้ง เพื่อคัดกรองเนื้อหา AI.

ที่มาภาพ: The Verge

AI-อ่าน 7 นาทีThe Verge

LinkedIn เปิดปุ่ม “Seems like AI slop” รับคลิกกว่า หนึ่งล้านครั้ง เพื่อคัดกรองเนื้อหา AI.

⚡ สรุป 30 วิ

LinkedIn รายงานว่าปุ่ม “Seems like AI slop” ที่เปิดใช้งานเมื่อ 30 กรกฎาคม ได้รับการคลิกกว่าหนึ่งล้านครั้ง ระบบนี้ช่วยรักษาคุณภาพของข้อมูลบนแพลตฟอร์ม…

LinkedIn ยืนยันว่า ปุ่ม “Seems like AI slop” ที่เปิดให้ผู้ใช้รายงานเนื้อหาที่สงสัยว่ามีการสร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ ได้รับการคลิกจากผู้ใช้งานมากกว่า หนึ่งล้านครั้ง** ตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 30 กรกฎาคม ทำให้บริษัทต้องเร่งพัฒนาระบบตรวจจับ AI อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาคุณภาพของโพสต์บนแพลตฟอร์ม

Overview

ปุ่ม “Seems like AI slop” ถูกเพิ่มเข้าไปในเมนูจุดสามจุด (⋮) ของแต่ละโพสต์ ทำให้ผู้ใช้สามารถบ่งชี้ได้ทันทีว่าตามความเห็นของพวกเขาเนื้อหานั้นดูเหมือนจะถูกสร้างด้วย AI แต่อย่างไรก็ตาม LinkedIn ยังไม่ได้เปิดเผยเกณฑ์การตัดสินหรือผลลัพธ์ของการรายงานเหล่านั้นอย่างละเอียด

ในโพสต์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา, หัวหน้าผลิตภัณฑ์ Hari Srinivasan ระบุว่า “over a million people have clicked on the button.” คำชี้แจงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของบริษัทในการให้ข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับการตอบสนองของผู้ใช้ต่อเครื่องมือใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับเนื้อหา AI

การเปิดตัวปุ่มดังกล่าวมาพร้อมกับการรับรู้ว่าปัญหาการสร้างโพสต์โดย AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากความสะดวกและประสิทธิภาพของโมเดลภาษาใหญ่ (LLM) ที่กำลังเข้าถึงได้ง่ายในวงกว้าง

Key Details

LinkedIn รายงานว่าการคลิกปุ่ม “AI slop” เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดใช้งานในเดือนกรกฎาคม แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยสถิติรายวันหรือรายสัปดาห์ แต่จำนวน หนึ่งล้าน ครั้งที่ถูกระบุเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสนใจของผู้ใช้ในการตรวจสอบและคัดกรองโพสต์ AI

ปุ่มนี้ทำงานร่วมกับเมนู “⋮” ที่ปรากฏบนทุกโพสต์ ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ข้อความยาว หรือบทความ ซึ่งช่วยให้การรายงานเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องออกจากหน้าจอหรือเปิดกระบวนการใหม่ การจัดวางแบบนี้คาดว่าจะเพิ่มอัตราการใช้งานของฟีเจอร์

LinkedIn ยังได้เผยแพร่ข้อมูลว่า Pangram ตัวตรวจจับ AI ที่บริษัทใช้ได้ระบุว่าประมาณ 41 percent ของโพสต์รูปแบบยาวบนแพลตฟอร์มถูกทำเครื่องหมายว่า “fully AI generated” ตามรายงานของ 404 Media การเปิดเผยนี้ทำให้ความสำคัญของการจัดการกับเนื้อหา AI กลายเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

Detection & Classifiers

พร้อมกับปุ่มใหม่ LinkedIn ยังได้อัปเดต “classifiers” หรือระบบจำแนกประเภทโพสต์เพื่อระบุว่าเนื้อหานั้นมาจาก AI หรือไม่ ระบบเหล่านี้ทำงานโดยใช้โมเดลเรียนรู้เชิงลึกที่ฝึกด้วยข้อมูลหลายพันตัวอย่างของข้อความมนุษย์และข้อความที่สร้างจาก AI

  • ปรับปรุงอัลกอริทึมให้ตรวจจับสัญญาณเฉพาะของการเขียนแบบ AI
  • เพิ่มความแม่นยำในการแยกแยะระหว่างเนื้อหาที่ผสมกัน (human‑AI hybrid) กับเนื้อหาที่เป็น AI อย่างเต็มรูปแบบ

บริษัทยังได้ ลบฟีเจอร์บางส่วน ที่เคยให้ผู้ใช้ “enable” การตรวจจับ AI โดยอัตโนมัติบนโพสต์ของตน แม้ว่ารายละเอียดการลบนี้จะไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจน แต่เป็นสัญญาณว่าการจัดการกับเนื้อหา AI ยังคงอยู่ในขั้นตอนทดลองและปรับแต่ง

User Reaction

ผู้ใช้หลายพันคนที่คลิกปุ่ม “AI slop” แสดงความกังวลต่อคุณภาพของข้อมูลบน LinkedIn ซึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลวิชาชีพหลัก การรายงานเหล่านี้มักจะตามมาด้วยการตั้งคำถามว่าการตรวจจับอัตโนมัติสามารถทำได้อย่างแม่นยำหรือไม่

หลายคนบอกว่า ปุ่มดังกล่าวช่วยให้พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมในการรักษามาตรฐานของชุมชน อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงวิจารณ์ที่ระบุว่าการอ้างอิงเพียงปุ่มเดียวอาจเป็นการแก้ไขชั่วคราวและไม่สามารถจัดการกับปริมาณเนื้อหา AI ที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเต็มที่

LinkedIn ยังไม่ได้เปิดเผยผลลัพธ์ของการรายงานว่าโพสต์ใดได้รับการตรวจสอบหรือถูกลบออกไป ทำให้ผู้ใช้บางส่วนยังคงรอคอยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการต่อสังเกตและลงโทษเนื้อหา AI

Impact

จากมุมมองของตลาดแรงงานและการทำธุรกิจ การที่ หนึ่งล้านคน ใช้ปุ่ม “AI slop” บ่งชี้ว่ามีความกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับการที่ข้อมูลอาจถูกบิดเบือนด้วยเทคโนโลยี AI ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางอาชีพและการสร้างเครือข่าย

สำหรับ LinkedIn เอง การเปิดตัวเครื่องมือเหล่านี้เป็นความพยายามในการรักษาความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม แม้จะต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นในด้านวิจัยและพัฒนา AI detection แต่ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงจากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือเนื้อหาที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ

ในระดับกว้าง การจัดการกับ AI‑generated content บนโซเชียลมีเดียกำลังเป็นประเด็นสำคัญของผู้กำหนดนโยบายและองค์กรอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลบ่งชี้ว่าการพัฒนามาตรฐานสากลสำหรับการตรวจจับและรายงาน AI จะเป็นก้าวต่อไปที่จำเป็นเพื่อให้ระบบออนไลน์ทั้งหมดมีความโปร่งใสยิ่งขึ้น

Summary

LinkedIn ยืนยันว่า ปุ่ม “Seems like AI slop” ถูกใช้โดยผู้ใช้กว่า หนึ่งล้านครั้ง** ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม การตอบสนองนี้ทำให้บริษัทเร่งพัฒนาระบบตรวจจับ AI และปรับเปลี่ยนนโยบายการจัดการเนื้อหาเพื่อรักษาความเชื่อถือของแพลตฟอร์ม.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Over 1 million people have clicked LinkedIn’s AI slop button
ผู้เขียน
Jay Peters
แหล่ง
The Verge
วันที่เผยแพร่
22 สิงหาคม 2569 เวลา 04:25

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

แพลตฟอร์ม Pangram เผย AI สร้างบทความยาว 41% บน LinkedIn และ 25% บน XAI
12 กรกฎาคม 2569 เวลา 04:00

แพลตฟอร์ม Pangram เผย AI สร้างบทความยาว 41% บน LinkedIn และ 25% บน X

Pangram ตรวจพบว่า AI ผลิตบทความยาวบน LinkedIn ถึง 41 % และบน X อีก 25 % ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิกจ่าย $20 ต่อเดือนเพื่อสแกนโพสต์ทั้งหมดและรับแจ้งเตือนเนื้อหา…

The Register6 นาที
การทดสอบ AI Humanizer ทำให้คุณภาพข้อความแย่ลงและถูกตรวจจับว่าเป็น AIAI
-

การทดสอบ AI Humanizer ทำให้คุณภาพข้อความแย่ลงและถูกตรวจจับว่าเป็น AI

Humanizer ที่ออกแบบเพื่อหลบการตรวจจับของ GPTZero และ Pangram กลับทำให้สไตล์และความแม่นยำของข้อความแย่ลง อีกทั้งข้อมูลสำคัญบางส่วนถูกเปลี่ยนแปลงจนถูกมองว่าเป็น…

Tom's Guide6 นาที
การพึ่งพาผู้ให้บริการ AI กลายเป็นความเสี่ยงตต่อความยืดหยุ่นของธุรกิจAI
22 สิงหาคม 2569 เวลา 08:00

การพึ่งพาผู้ให้บริการ AI กลายเป็นความเสี่ยงตต่อความยืดหยุ่นของธุรกิจ

AI กำลังกับกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงาน แต่การพึ่งพาผู้ให้บริการ AI ทำให้บริษัทเผชิญความเสี่ยงต่อการหยุดทำงาน หากผู้ให้บริการล่มหรือถูกจำกัด…

TechRadar6 นาที
นาโต้ต้องการโดรน AI พันกว่าลำดับป้องกันชายแดน แต่ห้ามให้ยิงเป้าหมายเองAI
22 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00

นาโต้ต้องการโดรน AI พันกว่าลำดับป้องกันชายแดน แต่ห้ามให้ยิงเป้าหมายเอง

นาโต้กำลังสร้างเครือข่ายเซ็นเซอร์และโดรน AI จำนวนหลายพันเครื่องเพื่อคุ้มครองชายแดนยาว 3,500 กม. ระบบช่วยตรวจจับภัยคุกคามแต่การสั่งยิงยังต้องรับอนุมัติจากมนุษย์…

TechRadar5 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!