
ที่มาภาพ: TechRadar
การโจมตีซัพพลายเชนทำให้ข้อมูลเทราบัยต์ขององค์กรระดับโลกหลุดออกสู่สาธารณะ
⚡ สรุป 30 วิ
แฮกเกอร์ฝังมัลแวร์ในแพคเกจ Trivy ของ LiteLLM ทำให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรกว่า 2,500 แห่งรวมประมาณ 195 TB ถูกขโมยและเผยบนอินเทอร์เน็ต ส่วนข้อมูลที่เหลือ 153 GB…
การโจมตีแบบซัพพลายเชนที่มุ่งเป้าไปยัง LiteLLM ทำให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรกว่า 2,500 แห่งถูกขโมยและเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต รายงานจากบริษัทด้านความปลอดภัยสองแห่งระบุว่าข้อมูลที่หลุดออกมามีปริมาณหลายสิบเทราบายต์และยังมีส่วนหนึ่งทำงานได้ต่อเนื่องจนถึงห้าเดือนหลังเหตุการณ์ สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่องโหว่ระดับระบบที่อาจกระทบต่อธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลก
Overview
การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มแฮกเกอร์ TeamPCP แทรกซึมเข้าไปในเครื่องมือสแกนความปลอดภัยแบบโอเพ่น‑ซอร์สชื่อ Trivy ของ Aqua Security ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอัตโนมัติที่ใช้โดย LiteLLM เพื่อดึงข้อมูลจากหลายโมเดลภาษาใหญ่ (LLM) ให้ทำงานในรูปแบบเดียวกับ OpenAI
ตามรายงานของ CloudSEK และ Hudson Rock เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026 โดยแฮกเกอร์ได้อัปโหลดแพคเกจที่ดัดแปลงแล้วให้ LiteLLM ดาวน์โหลดและรันโดยไม่ตรวจสอบลายเซ็นต์ การกระทำนี้ทำให้ตัวประมวลผลของเซิร์ฟเวอร์ได้รับสิทธิ์ผู้ดูแลระบบเต็มรูปแบบ และต่อมาก็ได้ติดตั้งสคริปต์ขโมยข้อมูล (stealer)
สคริปต์ดังกล่าวทำการดึงเอา คีย์คลาวด์, คีย์ SSH, โทเค็น Kubernetes, ตัวแปรสภาพแวดล้อม, โทเค็นรีโพซิทอรีและแพ็กเกจ, รวมถึงคีย์ผู้ให้บริการ AI ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่าในการเข้าถึงระบบหลายชั้น การขโมยประเภทนี้มักถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าการเจาะข้อมูลบริษัทเดียว เพราะแฮกเกอร์ได้ “กุญแจ” ไปยังประตูหลายบานพร้อมกัน
Attack Mechanics
กระบวนการโจมตีเริ่มจากการดัดแปลงโค้ดของ Trivy ในขั้นตอนสร้างแพคเกจ จากนั้นเผยแพร่เวอร์ชันที่มีมัลแวร์บนรีโพซิทอรีสาธารณะ แฮกเกอร์อาศัยระบบ CI/CD ขององค์กรต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับ LiteLLM เพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งแพคเกจที่ถูกดัดแปลง
เมื่อแพคเกจถูกรันบนเซิร์ฟเวอร์ของ LiteLLM มันจะทำการยกระดับสิทธิ์เป็นผู้ดูแลระบบ (root) จากนั้นสั่งให้สคริปต์ stealer ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลลับจากไฟล์คอนฟิกและตัวแปรสภาพแวดล้อมที่จัดเก็บอยู่ในเครื่อง
ขั้นตอนสุดท้ายคือการอัปโหลดข้อมูลที่ได้มาผ่านช่องทางที่แฮกเกอร์กำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของ “exfiltration pipeline” ซึ่งต่อมาได้ถูกตรวจพบว่าไฟล์ขนาด 195 TB ถูกสกัดออกจากระบบและแบ่งย่อยเป็นหลายชุดข้อมูลรวมกันถึง 153 GB ที่เผยแพร่โดย Hudson Rock
Scope of Compromise
การวิเคราะห์ของ CloudSEK พบว่ามีองค์กรกว่า 2,500 แห่ง รวมถึง 434,000 pipeline CI/CD ถูกคุกคามด้วยข้อมูลที่ถูกขโมย ส่วน Hudson Rock ได้ปล่อยอัพโหลดไฟล์เก็บข้อมูลซึ่งมีขนาดรวมประมาณ 153 GB ซึ่งมาจากการสืบค้นและแยกส่วนของไฟล์ดิบขนาด 195 TB
- คีย์ที่ถูกขโมย ได้แก่
- **คีย์คลาวด์ (Cloud keys) ของผู้ให้บริการเช่น AWS, Azure
- คีย์ SSH สำหรับการเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล
- โทเค็น Kubernetes ที่ใช้จัดการคอนเทนเนอร์ในระบบอัตโนมัติ
- **ตัวแปรสภาพแวดล้อม (environment variables) ที่เก็บข้อมูลรับรองต่าง ๆ
จากการตรวจสอบของนักวิจัยอิสระ Kevin Beaumont พบว่าบางส่วนของคีย์ที่ถูกขโมยยังสามารถใช้งานได้แม้จะมีการ “rotate” คีย์ใหม่แล้วก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความล่าช้าในการปิดช่องโหว่และการจัดการกับข้อมูลรั่วไหล
Notable Victims
รายชื่อองค์กรระดับโลกที่ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ ได้แก่
- Cisco
- Samsung
- **Amazon Web Services (AWS)
- Salesforce
- Airbus U.S. Space & Defense
- Thales Group
- Deutsche Bahn
- Munich Re
- London Stock Exchange Group
องค์กรเหล่านี้ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมตั้งแต่เทคโนโลยีสารสนเทศ, การผลิต, การบินและอวกาศ, บริการทางการเงิน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของระบบขนส่ง การที่ข้อมูลรับรองระดับสูงเหล่านี้หลุดออกมานั้นทำให้ความเสี่ยงต่อการโจมตีแบบต่อเนื่อง (advanced persistent threats) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Ongoing Risks & Mitigation
แม้จะผ่านไปแล้วห้าเดือนจากเหตุการณ์แรก แต่อย่างที่ CloudSEK ระบุว่า “ข้อมูลบางส่วนยังทำงานได้” ทำให้ความเสี่ยงต่อการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับสูง ผู้ดูแลระบบควรเร่งดำเนินการตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงคีย์ทั้งหมดที่อาจถูกขโมย รวมถึงตั้งค่า **multi‑factor authentication (MFA) และทำการสแกนหามัลแวร์บนทุก pipeline CI/CD
บริษัทด้านความปลอดภัยทั้งสองได้เปิดให้บริการเครื่องมือค้นหาโดเมนออนไลน์เพื่อให้องค์กรตรวจสอบว่าข้อมูลของตนปรากฏในฐานข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ การใช้เครื่องมือนี้ร่วมกับการอัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอและการทบทวนกระบวนการอัตโนมัติในการนำเข้าแพคเกจจากภายนอกเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต
Summary
การโจมตีซัพพลายเชนต่อ LiteLLM ทำให้ข้อมูลรับรองขององค์กรกว่า 2,500 แห่งรั่วไหลและยังคงมีผลกระทบต่อระบบหลายระดับ ผู้ดูแลต้องเร่งตรวจสอบและหมุนคีย์ทั้งหมด พร้อมเสริมมาตรการป้องกันเพื่อหยุดยั้งการใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ถูกขโมย.
แชร์บทความนี้:
ชอบบทความแบบนี้?
สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม
แหล่งข่าวต้นฉบับ
- ชื่อต้นฉบับ
- Massive supply-chain attack sees terabytes of data belonging to some of the world’s biggest and most sensitive organizations leaked online
- ผู้เขียน
- Rahim Amir
- แหล่ง
- TechRadar
- วันที่เผยแพร่
- 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10:00



