Samsung คงครองตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไตรมาส 2 ปี 2024

ที่มาภาพ: GSMArena

Mobile-อ่าน 7 นาทีGSMArena

Samsung คงครองตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไตรมาส 2 ปี 2024

⚡ สรุป 30 วิ

Samsung เพิ่มส่วนแบ่งการขายเป็น 24 % และเติบโต 6 % YoY แม้ตลาดสมาร์ทโฟน SEA ลดลง 15 % เนื่องจากต้นทุนสูง รายงาน Counterpoint ยืนยันว่าแบรนด์อื่น ๆ…

Samsung นำตลาดสมาร์ทโฟนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในไตรมาส 2 ของปี 2024 โดยเพิ่มส่วนแบ่งการขายถึง 24 % และเป็นแบรนด์เดียวที่สามารถเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความตึงเครียดจากต้นทุนสูงขึ้นซึ่งทำให้ตลาดโดยรวมลดลง 15 %

Overview

ตามรายงานล่าสุดของ Counterpoint Research (CR) ตลาดสมาร์ทโฟนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนในช่วงเดือนเมษายน‑มิถุนายน 2024 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา การหดตัว 15 % นี้สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มตระหนักถึงราคาและคุณค่าที่ได้รับจากอุปกรณ์เคลื่อนที่

รายงานยังชี้ให้เห็นว่า แม้ตลาดโดยรวมจะถดถอย แต่ Samsung ยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยส่วนแบ่งการขาย 24 % และเติบโตเพิ่มขึ้น 6 % จากปีที่ผ่านมา นอกจากนี้แบรนด์อื่น ๆ เช่น Xiaomi, Oppo, Transsion และ Apple ต่างอยู่ในสถานะค่อนข้างคงที่หรือถดถอย ทำให้ Samsung กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาดในภูมิภาคนี้

Market Decline & Cost Pressure

ต้นเหตุหลักของการหดตัว 15 % ของตลาดสมาร์ทโฟน SEA ถูกระบุว่าเกิดจาก ต้นทุนการผลิตและส่วนประกอบที่เพิ่มสูงขึ้น** ทั้งชิปเซ็ต, หน่วยความจำ, และวัสดุเคลือบหน้าจอ ซึ่งผลักดันให้ผู้ผลิตหลายรายต้องปรับราคาขายหรือเลือกลดกำไรขั้นต้นเพื่อรักษาปริมาณขาย

นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอกเช่น ค่าแรงงานในประเทศผู้ผลิตที่สูงขึ้น และการขาดแคลนวัสดุสำคัญอย่างซิลิกอนยังทำให้หลายบริษัทต้องเผชิญกับความลำบากในการจัดสรรสินค้าตามความต้องการของตลาด การตัดสินใจของผู้บริโภคที่เริ่มมองหาทางเลือกราคาประหยัดหรือย้ายไปใช้สมาร์ทโฟนระดับกลางจึงเป็นผลโดยตรงจากแรงกดดันด้านต้นทุนนี้

Brand Performance

ในไตรมาส 2 ของปี 2024 Samsung เป็นแบรนด์เดียวที่บันทึกการเติบโตของปริมาณการจัดส่ง (+6 % YoY) แม้ว่าตลาดโดยรวมจะหดลง รายงานระบุว่า Xiaomi คงส่วนแบ่งที่ 18 % อย่างคงที่ แต่ไม่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วน Oppo ลดลงจากระดับก่อนหน้าและมีส่วนแบ่งอยู่ที่ประมาณ **17 %

บริษัทในเครือของ Transsion, ซึ่งรวมถึง Infinix และ Tecno, ยังคงรักษาตำแหน่งสำคัญด้วยส่วนแบ่ง 15 % แม้จะไม่ได้เติบโตอย่างเด่นชัด ส่วน Apple ยังคงครองฐานผู้ใช้ระดับบนโดยมีส่วนแบ่ง 9 % อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เพิ่มยอดขายเช่นเดียวกับ Samsung

Share Changes

การเปลี่ยนแปลงของส่วนแบ่งตลาดในไตรมาสนี้สรุปได้ดังนี้:

  • Samsung : เพิ่มจาก 19 % ของช่วงก่อนหน้าเป็น 24 % ปัจจุบัน
  • Xiaomi : ส่วนแบ่งคงที่ที่ **18 % ไม่เพิ่มหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • Oppo : ลดลงจากระดับสูงกว่า **17 % ของช่วงก่อนหน้า (ตัวเลขเฉพาะไม่ได้ระบุ)
  • Transsion : คงส่วนแบ่งที่ **15 % อย่างต่อเนื่อง
  • Apple : อยู่ที่ **9 % โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Samsung สามารถเพิ่มส่วนแบ่งได้โดยอาศัย กลยุทธ์ปรับราคาและการกระจายสินค้าในหลายระดับราคา ซึ่งทำให้แบรนด์สามารถดึงดูดผู้บริโภคที่กังวลเรื่องต้นทุนแต่ยังต้องการคุณภาพระดับสูง

Analysis of Samsung's Growth

ความสำเร็จของ Samsung ในไตรมาสนี้สืบเนื่องจาก การเปิดตัวรุ่นใหม่หลายรายการในช่วงกลางปี เช่น Galaxy A54 และ Galaxy S24 series ที่มีราคาที่แข่งขันได้ในตลาดระดับกลาง-สูง นอกจากนี้ Samsung ยังเพิ่มการส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์และพันธมิตรค้าปลีกหลัก ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หันมาใช้ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การปรับตัวของซัพพลายเชน Samsung สามารถจัดการต้นทุนส่วนประกอบได้ดีโดยอาศัยความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ผลิตชิปและโมดูลจอ ทำให้สามารถรักษามาร์จิ้นในขณะที่คู่แข่งบางรายต้องเผชิญกับกำไรขั้นต่ำ การกระทำเหล่านี้ส่งผลให้ Samsung สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดโดยไม่จำเป็นต้องลดคุณภาพหรือฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์

Outlook & Impact

การที่ Samsung เป็นแบรนด์เดียวที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ตลาดกำลังหดตัวอาจบ่งชี้ว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับ มูลค่าและประสิทธิภาพของราคา มากกว่าการติดตามเทรนด์สุดยอด นอกจากนี้ การเพิ่มส่วนแบ่งของ Samsung อาจทำให้คู่แข่งต้องเร่งพัฒนากลยุทธ์ด้านราคาหรือขยายไลน์สินค้าระดับกลางเพื่อรักษาฐานลูกค้า

สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ในภูมิภาค SEA ที่มีการพึ่งพาเครื่องมือและส่วนประกอบจากต่างประเทศ การปรับตัวต่อ ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น จะเป็นหัวใจสำคัญของความอยู่รอด หากไม่มีการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลาดอาจเผชิญกับการถดถอยต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป

Summary

ตลาดสมาร์ทโฟนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง 15 % ในไตรมาส 2 ของปี 2024 เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น แต่ Samsung ยังคงเป็นผู้เติบโตเพียงคนเดียวด้วยส่วนแบ่ง 24 % และการขยายยอดจัดส่ง +6 % YoY** รายงาน Counterpoint Research ชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์ด้านราคาและซัพพลายเชนของ Samsung มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จนี้.

แชร์บทความนี้:

ชอบบทความแบบนี้?

สมัคร AI Automate Weekly Newsletter — รับเคล็ดลับ AI + how-to ใหม่
ทุกสัปดาห์ตรงถึง inbox ฟรี ไม่มีสแปม

แหล่งข่าวต้นฉบับ

ชื่อต้นฉบับ
Samsung led the Southeast Asia smartphone market in Q2, was the only brand growing
ผู้เขียน
Unknown
แหล่ง
GSMArena
วันที่เผยแพร่
25 สิงหาคม 2569 เวลา 10:45

Related

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google Messages RCS หยุดทำงานบน Samsung รุ่นใหม่ – แก้ด้วย VPN รีเซ็ตMobile
22 สิงหาคม 2569 เวลา 17:00

Google Messages RCS หยุดทำงานบน Samsung รุ่นใหม่ – แก้ด้วย VPN รีเซ็ต

ผู้ใช้ Android พบว่า Google Messages ไม่ทำงานกับ RCS บน Galaxy Z Fold 8 และ S26 Ultra หลังเปลี่ยนอุปกรณ์หรือ SIM วิธีแก้ที่นิยมคือปิด RCS แล้วเชื่อมต่อ VPN…

TechRadar6 นาที
ซัมซุงเตรียมเปิดตัว Galaxy A58 และ XCover FR รุ่นใหม่Mobile
22 สิงหาคม 2569 เวลา 09:30

ซัมซุงเตรียมเปิดตัว Galaxy A58 และ XCover FR รุ่นใหม่

ซัมซุงกำลังพัฒนา Galaxy A58 ต่อจาก A57 พร้อม XCover FR รุ่นทนแรงที่อาจรองรับ 5G ตามข้อมูล GSMA การเปิดตัวเร็ว ๆ นี้คาดว่าจะขยายตลาดจีนและภาคธุรกิจ.

GSMArena8 นาที
Samsung กำหนดวันเปิดตัว Galaxy S26 FE อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้าMobile
20 สิงหาคม 2569 เวลา 11:00

Samsung กำหนดวันเปิดตัว Galaxy S26 FE อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า

Samsung จะเปิดตัว Galaxy S26 FE ในงานออนไลน์ ‘Galaxy Event August 2026’ วันที่ 27‑8‑2569 ผ่าน Samsung.com และ YouTube รายละเอียดสเปคยังไม่เปิดเผย แต่ EPREL…

GSMArena6 นาที
Galaxy Z Fold 8 มีจุดอ่อนใหญ่ที่ไม่ใช่การออกแบบใหม่Mobile
14 สิงหาคม 2569 เวลา 16:00

Galaxy Z Fold 8 มีจุดอ่อนใหญ่ที่ไม่ใช่การออกแบบใหม่

Galaxy Z Fold 8 มาพร้อมหน้าจอพับกว้างและสเปคระดับไฮเอนด์ แต่ซอฟต์แวร์ด้านการทำงานหลายแอปยังช้าและไม่เสถียร ส่งผลต่อผู้ใช้มืออาชีพ…

Android Authority6 นาที
คัดลอกลิงก์แล้ว!